หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ทำไมแอร์ไม่เย็น

อาการแอร์ไม่เย็นนี้แม้ว่าเราจะไม่ใช้ช่างก็สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้เองว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุอะไร มีวิธีการแก้ไขอย่างไร เรามาเริ่มวิเคราะห์กันเลย ขั้นตอนแรกให้เปิดแอร์ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาทีแล้วสังเกตุที่ตัวคอร์ยร้อน( ตัวที่อยู่นอกบ้าน) ว่าทำงานหรือไม่ บางทีเห็นพัดลมคอร์ยร้อนทำงานอย่าเพิ่งสรุปว่าคอร์ยร้อนทำงานน่ะครับ บางทีตัวคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานพร้อมกับพัดลมก็ได้ ฉะนั้นสังเกตุเพิ่มเติมนิดหน่อยคือการทำงานของคอร์ยร้อนจะสั้นมากนิดหนึ่งถ้าคอมเพรสเซอร์ทำงาน แต่ถ้าให้เเน่ใจต้องใช้คลิปแอมร์จับกระแสไฟดูน่ะครับ ถ้าคอร์ยร้อนไม่ทำงานให้ท่านกลับมาดูที่รีโมทของท่านว่าตั้งถูกต้องหรือไม่ ถ้าท่านแน่ใจว่ารีโมทตั้งถูกต้องแล้ว คอร์ยร้อนจะต้องทำงานภายใน3-5 นาทีหลังจากคอร์ยร้อนทำงานได้ 10- 15 นาที ถ้ายังไม่มีลมเย็นๆออกจากคอร์ยเย็นก็แสดงว่าไม่มีสารความเย็นอยู่ในระบบหรือแอร์รั่วนั่นเอง หลังจากนี้ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างแล้วครับเพราะมีหลายขั้นตอนที่จะต้องทำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นตรวจสอบรอยรั่วและทำการแก้ไข ดูดความชื้นออกจากระบบแล้วเติมน้ำยาเข้าสู่ระบบต่อไปเพียงเท่านี้แอร์ก็จะกลับมาเย็นเหมือนเดิมแล้วล่ะครับ

การเลือกตำแหน่งและการติดตั้งแอร์



การเลือสถานที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะช่วยให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศดีขึ้นและลดปัญหาเรื่องเสียงและการสั่นสะเทือน
  • การเลือกตำแหน่งการติดตั้ง "คอร์ยเย็น" จะต้องเลือกมุมที่ให้ลมเย็นของแอร์กระจายได้ทั่วห้องและต้องไม่มีสิ่งกีดขวางกระแสลมเย็น และเลือกติดตั้งบริเวณผนังที่มีความเข็งแรง ไม่ลาดเอียง
  • การติดตั้ง "คอร์ยร้อน" จะต้องติดตั้งในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก และ จุดที่จะติดตั้งต้องสามารถรองรับน้ำหนักของคอร์ยร้อนได้อย่างดี ได้ระดับที่ไม่ลาดเอียง และที่สำคัญไม่ควรที่จะให้ถูกฝนถูกแดดเพราะจำทำให้อุปกรณ์เสือมคุณภาพเร็วกว่ากำหนด
  • ระยะและความยาวของท่อน้ำยาโดยปกติแล้วท่อน้ำยาควรมีความยาวไม่เกิน 4-5 เมตร เพราะถ้ายาวมากกว่านี้จะทำให้ระบบทำงานหนักและสูญเสียประสิทธิภาพการทำความเย็น

เครื่องมือช่างแอร์

* คลิปแอม ( Clip Amp) เป็น เครื่องมือวัดกระแสไฟฟ้าแบบหนึ่งที่มีวิธีใช้สะดวกสะบายแค่นำไปคล้องกับสาย ไฟเส้นใดเส้นหนึ่งจะเป็นสาย L หรือ N ก็ได้ มันก็จะบอกค่ากระแสไฟฟ้าที่อุปกรณ์นั้นๆใช้อยู่ คลิปแอม ไม่เพียงแต่ใช้วัดกระแสไฟฟ้าอย่างเดี่ยวแต่ยังสามารถใช้วัดแรงดันไฟฟ้าทั้ง กระแสตรงและกระแสสลับ แล้วก็ยังสามารถใช้วัดค่าความด้านทานได้อีกด้วย

*เกจวัดน้ำยา สามารถนำมาให้งานได้หลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นทำสุญญากาศ ( Vacump),เติมน้ำยาแอร์,ปล่อยน้ำยาทิ้ง, และใช้เพื่อดุระดับน้ำยาทั้งแรงดันสูงและต่ำ ดังน้ำการใช้เกจวัดน้ำยาต้องใช้ให้ถูกด้าน


* อุปกรณ์ดัดท่อ ( Bender) มีอยู่หลายขนาด และมีเพื่อใช้ดัดท่อให้ได้รูปร่างหรือองศาตามที่เราต้องการได้อย่างแม่นยำใน กรณีที่เราไม่ใช้ Bender เราสามารถใช้ สปริงดัดท่อ แทนได้

* คัตเตอร์ (Cutter) เป็นมีดใช้สำหรับตัดท่อทองแดงโดยมันจะไม่ทำให้ท่อเสียรูปทรง ซึ่งมีอยู่หลายขนาดให้เลือกใช้ได้ตามลักษณะงาน

* รีเมอร์ (Reamer) หลังจากที่เราตัดท่อด้วย ก่อนที่จะบานท่อหรือขยายท่อเราจะต้องทำการลบคมก่อนเพื่อให้งานออกมาสวยงาม

* ชุดบานท่อและขยายท่อ จะต้องใช้ร่วมกับตัวจับท่อทองแดง ซึ่งช่างจะต้องเลือกขนาดให้เหมาะกับขนาดท่อทองแดง
* สว่านโรตารี่และดอกสว่าน เป็นอุปกรณ์สำหรับเจาะรูให้ได้ขนาดทรงกระบอก เพื่อใช้สอดท่อน้ำยาในการติดตั้งแอร์

วงจรไฟฟ้าแบบต่างๆของแอร์


ท่านผู้อ่านคงทราบดีอยู่เเล้วว่าแอร์บ้านนั้น มีหลายขนาดหรือหลายบีทียู เพราะฉะนั้น วงจรไฟฟ้าก็จะมีหลายแบบ แต่ถ้ามองโดยรวมแล้ววงจรไฟฟ้าเหมือนกันทุกอย่างแตกต่างเเค่นิดเดียวคือ วงจรที่จะสตาร์ทคอมเพรสเซอร์เท่านั้น เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะว่าขนาดของคอมเพรสเซอร์ไม่เท่ากันยังไงล่ะครับ คอมฯตัวเล็กก็จะมี ตัวเก็บประจุตัวเดียว ส่วนคอมฯที่ตัวใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อยก็จะมีตัวเก็บประจุ 2 ตัว และ คอมฯที่ค่อนข้างใหญ่ก็จะมีตัวเก็บประจุ 2 ตัว และ มีรีเลย์เพิ่มขึ้นมาอีกตัวหนึ่งแบบตัวอย่างเลยครับ การต่อคอมฯเพรสเซอร์แบบต่างๆเดี๋ยวผมจะเขียนไว้ในหัวข้อหลักครับ คราวนี้มาดูการทำงานโดยรวมกันเลยครับ
เมื่อเราต่อเบรกเกอร์ กระเเสไฟฟ้าจะวิ่งมารอที่ swith control และ magnetic contactor หลังจากนั้น เมื่อเราเปิดแอร์ ไฟฟ้าก็จะวิ่งไปที่ พัดลมคอร์ยเย็น พัดลมก็ทำงานทันที ในขณะเดียวกัน ไฟฟ้าจะวิ่งผ่าน thermostat ,timer relay,pressure sw,ไปยัง magnetic contactor ทำให้ magnetic contactor ต่อวงจร ให้ คอมเพรสเซอร์และ พัดลมคอร์ยร้อนทำงาน
-เมื่อความเย็นได้ตามที่ตั้งไว้ thermostat จะตัด คอมฯและพัดลมคอร์ยร้อนทันที แต่ไม่ตัด พัดลมคอร์ยเย็นครับ
-ในกรณีที่ทำการปิดแอร์ แล้วเปิดใหม่ทันที ชุดคอร์ยเย็นจะทำงานปกติ แต่ชุดคอร์ยร้อนจะยังไม่ทำงาน เพราะ timer relay หน่วงเวลาไปอีก 3-5 นาที เพราะระบบถูกออกแบบให้สารความเย็น balance ระหว่างเเรงดันสูงกับแรงดันต่ำเสียก่อน
-ในกรณีในระบบไม่มีสารความเย็นหรือรั่ว หรือ เเรงดันสูงเกินไป(ระบบตัน) pressure sw จะตัดการทำงานทันทีเช่นกันครับ
ผมหวังว่าข้อมูลนี้คงมีประโยชน์กับผู้ที่สนใจน่ะครับ ถ้ามีคำ ติ ชม หรือ มีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถส่งมาได้ครับ ยินดีรับทุกข้อมูลครับ

วงจรการทำงานของแอร์บ้าน


วงจรการทำงานของแอร์ เริ่มต้นจากเมื่อเรากดปุ่ม ON บนรีโมทคอลโทรล เครื่องจะหน่วงเวลาประมาณ 3นาทีเมื่อ คอมเพรสเซอร์ เริ่มทำงานมันจะทำการอัดน้ำยาให้มีลักษณะเป็นก๊าซแรงดันสูงอุณหภูมิสูงส่งไปยัง คอนเดนเซอร์ เพื่อทำการระบายความร้อนของน้ำยาออก โดยมีพัดลมเป็นตัวระบายความร้อน และน้ำยาก็จะกลายเป็นของเหลวแรงดันสูงอุณหภูมิต่ำ แล้วส่งไปยัง Filter-Dryer เพื่อดูดความชื้นและสิ่งสกปรกที่ปนกับน้ำยาหลังจากนั้น ก็จะส่งต่อไปยัง Cap Tube เมื่อออกจาก Cap Tube น้ำยาก็จะมีสถานะเป็นก๊าซแรงดันต่ำอุณหภูมิต่ำ ส่งไปยัง คอร์ยเย็น เพื่อ ดูดซับความร้อนในห้องออกไปกับน้ำยา หลังจาำกนั้นก๊าซก็จะถูกดูดเข้าคอมเพรสเซอร์และหมุ่นเป็นเวียนเป็นเช่นนี้ไป เรื่อยๆ ซึ่งเราจะสังเกตุได้่ว่า Cap Tube นั้นจะเป็นอุปกรณ์ที่แบ่งระหว่างแรงดันสูงและแรงดันต่ำของระบบการทำงานของ แอร์

ส่วนประกอบของแอร์



* คอมเพรสเซอร์ เป็นอุปกรณ์ที่ สำคัญชิ้นหนึั่งในระบบทำความเย็นทำหน้าที่ดูดและอัดน้ำยาให้เกิดการหมุ่น เวียนภายในระบบ โดยจะดูดน้ำยาที่เป็นก๊าซแรงดันต่ำอุณหภูมิต่ำกลับจากคอร์ยเย็นแล้วอัดน้ำยา ให้มีแรงดันสูงอุณภูมิสูงเข้าระบบหมุนเวียนเช่นนี้ตลอดเวลา ที่คอมเพรสเซอร์ทำงาน ซึ่งคอมเพรสเซอร์มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด แต่ชนิดที่นิยมใช้กับแอร์บ้านจะเป็นแบบลูกสูบ และโรตารี่

1. คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ ซึ่งสามารถแบบแยกย่อยได้อีกหลายแบบ ได้แก่
ลูกสูบแบบเปิด ซึ่งส่วนใหญ่ใช้กับรถยนต์มากกว่า ลักษณะภายในนั้นจะมีเฉพาะชุดลูกสุบอ ย่างเดี่ยวต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากภายนอก (เครื่องยนต์)
ลูกสูบแบบกึ่งเปิดกึ่งปิด แบบนี้มักจะใช้กับเครื่องทำความเย็นขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ลักษณะภายในนั้นจะเป็นชุดลูกสูบ และชุดขับเคลื่อน (มอเตอร์) อยู่ในตัวเดี่ยวกัน
ลูกสูบแบบปิดสนิท ลักษณะ ภายในจะเป็นชุดลูกสูบและชุดขับเคลื่อนอยู่ในตัวเดี่ยวกัน มักจะใช้กับแอร์ขนาดเล็กจนถึงแอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เย็น ตู้แช่ แอร์บ้าน
2. คอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ นิยม ใช้กับแอร์บ้านในปัจจุบัน ลักษณะภายในนั้นจะเป็นชุดมอเตอร์ + ชุดโรตารี่ อยู่ในตัวเดี่ยวกัน คอมเพรสเซอร์แบบนี้จะมีการเสียดสีกันน้อย การสันสะเทื่อนและเสียงจากการทำงานมีน้อยมาก และที่สำคัญกินไฟน้อยกว่าแบบลูกสูบ

* คอนเดนเซอร์ มีลักษณะเป็นท่อ 1 เส้น วิ่งขดไปมาโดยมีครีบวางตัวเป็นซี่ๆเพื่อช่วยในการระบายความร้อนออกจากท่อ น้ำยา คอนเดนเซอร์เป็นอุปกรณ์ที่รับน้ำยาจากคอมเพรสเซอร์ที่มีสถานะเป็นก๊าซแรงดัน สูงอุณหภูมิสูงให้กลายเป็นของเหลวแรงดันสูงอุณหภูมิต่ำ เพื่อส่งไปยังอุปกรณ์ชิ้นต่อไป
* ฟิวเตอร์ไดเออร์ ( Filter-Dryer) เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญชิ้นหนึ่งทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกและความชื้นที่ ปะปนมากับน้ำยาแอร์ ถ้าไม่มีอุปกรณ์ชิ้นนี้ จะมีผลดังนี้คือ กรณีแรก ถ้าน้ำยาสกปรกที่อาจจะเกิดจากการทำงานของคอมเพรสเซอร์ที่เก่า หรือติดตั้งไม่ดี ก็จะทำให้เกิดการอุดตันในระบบได้ ส่วนกรณีทีสอง ถ้าความชื่นมีในระบบก็จะทำให้เกิดการอุดตันที่เกิดจากน้ำกลายเป็นน้ำแข็งที่ เราเรียกว่าตัดความชื่นนั้นเอง

* อุำปกรณ์ลดแรงดัน ( Cap Tube) ตัวลดแีรงดันแอร์นั้นมีอยู่หลายชนิด แต่ชนิดที่ินิยมใช้กับแอร์บ้านนั้น เรียกว่า Cappillary Tube หรือ Cup Tube นั้นเอง ลักษณะของมันก็คือ เป็นเส้นทองแดงเล็กๆและมีรูเล็กๆเท่ากับรูเข็มที่เป็นทางผ่านของน้ำยาที่รับ มาจาก คอนเดนเซอร์ ที่เป็นของเหลวแรงดันสุงอุณหภูมิต่ำ น้ำยาเมื่อออกจาก Cap Tube นี้มันจะกลายเป็นก๊าซแรงดันต่ำอุณหภูมิต่ำส่งต่อเข้าไปยัง คอร์ยเย็นนั้นเอง
* Evaporator (คอร์ยเย็น) ลักษณะโครงสร้างของมันจะเหมือนกับคอร์ยร้อนแต่จะทำหน้าที่กันคนละอย่าง ซึ่งคอร์ยเย็น จะทำหน้าที่ดูดซับความร้อนในห้อง โดยใช้พัดลมที่เรียกว่า Blower ดูดอากาศเป่าผ่านแผงคอร์ยเย็น ทำให้ลมที่ออกมาจากคอร์ยเย็นมีอุณหภูมิต่ำ ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่ามันเย็นสบายนั้นเอง คอร์ยเย็นยังมีแผ่นกรองอากาศ และบางรุ่นอาจมีระบบฆ่าเชื้อโรคอีกด้วย
* สารทำความเย็น หรือน้ำยาแอร์ มีส่วนผสมระหว่าง ฟลูออรีน, คลอรีน และมีเทน ซึ่งมีสัดส่วนแตกต่างกันไปตามประเภทของน้ำยานั้นๆ เช่น R-11,R-12, R-22,R-134A, R-407C น้ำยาเหล่านี้มีคุณสมบัติเฉพาะตัวห้ามนำเอามาผสมกันเด็ดขาด ในปัจจุบันน้ำยา R-11, R-12, R-22 ได้ถูกลดจำนวนการผลิตลงและจะยกเลิกในเร็วๆ นี้ เืนื่องจากมันมีส่วนทำลายชั้นบรรยากาศ หรือ โอโซนนั้นเอง โดย R-12 จะถูกแทนด้วยน้ำยา R-134A และ R-22 ถูกแทนด้วย R-407C เป็นต้น
* น้ำมันหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์ มี หน้าที่หล่อลื่นและระบายความร้อนชิ้นส่วนภายในคอมเพรสเซอร์ เนื่องจากน้ำมันหล่อลื่นนี้ใช้กับระบบทำความเย็น มันจึงต้องไม่เป็นไขในอุณหภูมิต่ำๆ และไม่ทำปฎิกริยากับโลหะในระบบทำความเย็น

ความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้าในบ้าน

ไฟฟ้ามีอยู่ 2 ชนิด คือ ไฟฟ้ากระเเสสลับ เเละ ไฟฟ้ากระเเสตรง
  • อันที่จริงไฟฟ้ากระเเสสลับนั้นมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะไม่ว่าจะเป็นเรื่องเฟส,ความถี่,เเรงดัน,เเละจำนวนสายไฟ เเต่ในที่นี้ผมขอเเนะนำให้กับผู้ที่สนใจหรือช่างเเอร์บ้านให้สามารถทำการติดตั้งเเอร์บ้านได้ครับ ลองอ่านเเล้วก็ดู กล่องโหลดเซ็นเตอร์ที่บ้านไปด้วยก็ได้จะง่ายต่อการเข้าใจครับ มาเริ่มกันเลยครับ ไฟฟ้ากระเเสสลับที่วิ่งตามถนนหนทางหลักๆหรือเสาไฟไหญ่ๆที่วิ่งไปตามท้องไร่ท้องนานั้นเเหละ มันมีเเรงดันสูงเป็นหมื่นๆโวลท์ จำนวนสายก็เยอะกว่านั้นเป็นการบอกว่ามีเฟสเยอะกว่าครับ เเละมีความถี่เยอะกว่าอีกด้วย ก่อนที่มันจะต่อเข้าอาคารบ้านเรื่อนนั้นมันจะถูกลด เเรงดัน ความถี่ ลงมาด้วยหม้อเเปลงไฟฟ้าครับ เมื่อต่อเข้าไปในบ้านมันจะมีเเรงดันไฟฟ้า 220 โวท์ลเเละความถี่เท่ากับ 50 เฮิร์ท เเล้วจำนวนสายไฟมีกี่เส้นล่ะครับ อันนี้ท่านผู้อ่านลองเปิดกล่องโหลดเซ็นเตอร์เลยครับ(เปิดเเล้วมองอย่างเดียวน่ะครับอย่าเพิ่งเเตะต้องอุปกรณ์ข้างใน เดียวจะได้รับอันตราย)เเล้วเราก็จะเห็นสายไฟอยู่สามสายครับคือ สายสีดำสองเส้น เเละสายสีเขียว หนึ่งเส้น สายทั้งสามเส้นนั้นคือสาย L, N, G มันมีความสำคัญยังไงเรามาดูกันครับ สาย Lคือสายที่มีไฟฟ้าวิ่งตลอดเวลา เวลาทำงานกับเส้นนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะจะชอร์ทหรือไม่ขึ้นอยู่กับเส้นนี้ เเล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันมีไฟฟ้าวิ่งอยู่ ไม่ยากครับก็นำไขควงเช็คไฟมาแตะดูทั้งสามเส้น เส้นที่ทำให้ไขควงเช็คไฟมีไฟสว่างขึ้นนั้นคือสาย L ครับ ส่วนสาย N คือสายที่ทำให้วงจรไฟฟ้าครบวงจร ส่วนสาย G คือสายดินนั้นเอง สีของสายจะมีสีเขียวหรือเขียวคาดเหลืองครับ อันที่จริงเเล้วมีเเค่สาย L, N วงจรไฟฟ้าก็ทำงานได้โดยที่ไม่ต้องมีสายดินเเต่เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตเเละทรัพย์สินต้องต่อให้ครบทั้งสามเส้นครับ
  • ไฟฟ้ากระเเสตรงนั้น มี 2 ขั้วคือ ขั้วบวกเเละขั้วลบ มักจะมีใช้ในรถยนต์เเละภายในอุปกรณ์อิเลคทรอนิค